masterpiece Site Admin
เข้าร่วม: 12 Jul 2007 ตอบ: 221
|
ตอบเมื่อ: Sun Jul 15, 2007 1:13 pm เรื่อง: เลือกเครื่องชงกาแฟแบบไหนดี??? |
|
|
เครื่องชงกาแฟถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของร้านกาแฟเลยทีเดียวครับ และเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ที่คิดอยากจะเปิดร้านกาแฟพอสมควรในการตัดสินใจเลือกเครื่องชงกาแฟซักเครื่องนึง
การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องชงสำหรับไว้ชงขายในร้านมีหลักในการพิจารณาดังนี้ครับ:
1.เลือกเครื่องชงขนาดไหนดี??
ขนาดของเครื่องชงที่ต่างกันเพราะมีขนาดบอยเลอร์(หม้อต้มน้ำ)และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ต่างกันครับ เครื่องชงขนาดใหญ่จะมีขนาดบอยเลอร์ใหญ่กว่าเครื่องชงขนาดเล็ก
ทำให้มีความสามารถในการชงกาแฟต่อเนื่อง(ชงแบบไม่หยุดพักเครื่องเลย) ได้ดีกว่าครับ เพราะมีขนาดบอยเลอร์ที่ใหญ่กว่าช่วยให้อุณหภูมิน้ำที่ใช้ชงกาแฟเสถียรกว่าเมื่อมีการชงต่อเนื่องครับ
- ถ้าทำเลร้านของเรามีลักษณะลูกค้าที่เข้ามาทีละคน สองคนไม่ได้มาเป็นกลุ่ม และมีช่วงห่างของลูกค้าแต่ละรายบ้างนิดหน่อย(ประมาณ 3-5 นาที)
ขอแนะนำให้ใช้เครื่องชงขนาดเล็กก็พอครับ เพราะไม่ได้ชงต่อเนื่องมากนัก และพอมีเวลาพักเครื่อง ให้น้ำร้อน(เช่นเปิดในหมู่บ้าน เป็นซุ้มเล็กๆหน้าบ้าน เป็นต้น)
- ถ้าทำเลร้านของเรามีลักษณะลูกค้าที่เข้ามาเป็นกลุ่มทีละ 3-5 คน แต่ยังพอมีช่วงห่างของลูกค้าบ้างนิดหน่อย(ประมาณ 3-5 นาที)
ขอแนะนำให้ใช้เครื่องชงขนาดกลางครับ เพราะมีการชงต่อเนื่องบ้างแต่ยังพอมีช่วงห่างของลูกค้าให้เครื่องได้พักบ้าง ซึ่งจำเป็นต้องใช้บอยเลอร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้น้ำร้อนมีอุณหภูมิคงที่และมีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการชงต่อเนื่อง
- ถ้าทำเลร้านของเรามีลักษณะลูกค้าที่มีเข้ามาตลอดทั้งวันหรือเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่พรัอมกัน 8-10 คนขึ้นไป โดยแทบไม่มีเวลาให้เครื่องได้พักเลย
ซึ่งผมขอแนะนำให้ซื้อเครื่องชงขนาดใหญ่ไปเลยครับ เพื่อรสชาติกาแฟที่ดีและไม่ผิดเพี้ยนเมื่อมีการชงอย่างต่อเนื่องครับ
2.วัสดุที่ใช้ทำบอยเลอร์
เนื่องจากเครื่องชงกาแฟต้องเปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งวัน(ไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ชม.)วัสดุที่ใช้ทำบอยเลอร์จึงมีความสำคัญมากในการตัดสินใจเลือกเครื่องชงกาแฟ
วัสดุที่ใช้ทำบอยเลอร์ควรเป็นวัสดุที่สามารถเก็บความร้อนได้ดีและร้อนเร็ว(ทำให้เครื่องชงกาแฟไม่ต้องอุ่นบอยเลอร์บ่อยๆซึ่งทำให้ประหยัดไฟครับ)
ซึ่งขอแนะนำให้เลือกบอยเลอร์ที่ทำจากทองเหลืองหรืออลูมิเนียม(บอยเลอร์อลูมิเนียมจะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าบอยเลอร์ทองเหลืองครับ)
3. ก้านชงกาแฟ
ในแต่ละวันที่เราเปิดร้าน เราต้องชงกาแฟ ใส่ก้านชงกาแฟเข้าๆออกๆจากเครื่องชง วันละหลายสิบรอบ(เผลอๆเป็นร้อยๆรอบด้วยซ้ำไป)
ก้านชงควรทำมาจากวัสดุที่แข็งแรงไม่อย่างงั้นอาจเกิดการบิดงอหรือหักได้ครับ(เครื่องชงเล็กๆส่วนใหญ่จะเจอปัญหานี้ครับ) ซึ่งเครื่องมาตรฐานสำหรับชงกาแฟขายส่วนใหญ่ก้านชงจะทำจากทองเหลืองชุปโครเมี่ยม
4. แรงดัน
โดยความเป็นจริงแล้วในกระบวนการกลั่นกาแฟ เครื่องชงจะมีแรงดันเพียงแค่ 9 บาร์เท่านั้นครับ แต่ควรเลือกเครื่องที่มีแรงดันสูงๆเข้าไว้ครับ ยิ่งแรงดันสูงๆยิ่งดีครับ
มันจะช่วยเรื่องความคงที่ของแรงดันเวลาชงต่อเนื่องครับ (แนะนำให้เลือกเครื่องชงที่มีแรงดัน 15 บาร์ขึ้นไปครับ)
5. บริการหลังการขาย
เครื่องชงกาแฟนั้นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับความร้อนและแรงดัน อะไหล่ทุกชิ้นจึงมีอายุการใช้งาน ที่เมื่อถึงเวลาก็จำเป็นต้องเปลี่ยนครับ
ไม่ว่าคุณจะซื้อเครื่องชงที่ดีขนาดไหนเมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุการใช้งานครับ เช่น ซีลยางหัวชง ฯลฯ
ควรตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟกับตัวแทนขายที่มีความรู้ทางเทคนิคและความรู้ทางด้านช่างจะดีมากครับ เพราะถ้าเครื่องชงเกิดปัญหาขึ้น
กว่าที่ช่างซ่อมเครื่องของบริษัทผู้นำเข้าจะมาซ่อมเครื่องให้เราก็กินเวลาหลายวันครับ ซึ่งถ้ามีเครื่องชงกาแฟเพียงเครื่องเดียวอาจจะต้องปิดร้านรอช่างเลยทีเดียว
แต่ถ้าตัวแทนที่ขายเครื่องชงให้เรามีความรู้ทางด้านช่าง ก็จะสามารถช่วยซ่อมเครื่องให้ท่านได้ ก่อนที่ช่างจากศูนย์จะมาถึงครับ
บางทีถ้าเครื่องมีปัญหามาก จำเป็นต้องรออะไหล่มาเปลี่ยน ตัวแทนขายเครื่องบางที่ก็จะมีเครื่องชงสำรองมาให้ใช้แทนก่อนด้วยครับ |
|